วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

no title


เพิ่งไปประเทศหนึ่งมา

ทางตอนเหนือเป็นที่นิยมไปเที่ยวกันแต่คนไปยังไม่เยอะมากส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะยังมีที่พักรองรับน้อย

ในประเทศเวลาไปเที่ยวชมก็ไม่ค่อยมีที่จอดรถมากนัก แต่ก็มีนักท่องเที่ยวชมพร้อมกันจำนวนไม่มาก

การเดินทางยังไม่ค่อยสะดวก

ถนนที่เดินทางจากเมืองหลวงขึ้นไปทางตอนเหนือในฤดูที่ชมดอกไม้บานยังไม่ค่อยได้ซ่อมแซมเพราะกำลังทำถนนเส้นใหม่อีกเส้นที่อยู่เหนือภูเขา  เนื่องจากมีมหาอำนาจประเทศหนึ่งสนับสนุน เพื่อสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งจะทำให้บริเวณนั้นจมหายไปใต้เขื่อน

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กูเกิ้ลเสิร์ชไม่เจอเวบตัวเองอีกแล้วทั้งที่เมื่อก่อนเสิร์ชเจอ

 ลองกดค้นหาดูว่าจะเสิร์ชเจออะไรบ้างเวลาค้นหาเรื่องต่างๆที่เคยเขียนไป ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ได้เป็นเวบทางการที่จดโดเมนก็ขึ้นหน้าผลลัพธ์ยากแล้ว

ถ้าไม่ได้เป็นเรื่องเก่าๆที่มียอดผู้ชมอยู่แล้วก็ไม่น่าจะมีใครหาเจอ  หรือว่าอาจจะต้องทำเรื่องคีย์เวิร์ดและแผนผังไซต์แมพ

เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อคนอ่านบางทีอาจจะค้นหาไม่พบอีกต่อไป ยกเว้นว่าเวบสื่อต่างๆจะเอาไปเขียนหรือมีคนลงกระทู้ในเวบทางการ 

เดี๋ยวนี้เขียนในเฟซ ติ๊กต่อก หรือในแอพทวิตยังสามารถค้นหาเจอได้ง่ายกว่า ทำให้คนเขียนบล็อกใหม่อาจจะไม่มีใครค้นพบ เรื่องที่เป็นคำตอบจริงๆของสิ่งที่คนอยากรู้

ถ้ามาเขียนลงในบล็อกแล้วไม่มีคนอ่าน คนก็น่าจะย้ายแพลตฟอร์มกันรึเปล่า หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครมาเขียนบทความยาวๆให้อ่านเท่าที่ควร เพราะทำในเวบอื่นก็มีคนทำมากมายจนไม่รู้จะโผล่ไปให้คนมาค้นพบมั้ย 

ร้านค้าที่เปิดใหม่ทำเวบตัวเองโดยไม่จดโดเมนก็น่าจะขึ้นไปแสดงในหน้าเสิร์ชยากขึ้น ทั้งที่ปัจจุบันโลกออนไลน์มีส่วนในการเพิ่มยอดขายมาก แต่คนเปิดร้านใหม่ก็ต้องไปฝากร้านตามแพลตฟอร์มค้าออนไลน์ ไม่อย่างนั้นก็อาจไม่มีใครมาค้นพบ  แถมตามแพลตฟอร์มออนไลน์ยังมีร้านค้าคนต่างชาติมาเปิดเต็มไปหมด จิ้มสินค้าไหนอ่านรายละเอียดก็เป็นภาษาไทยแปลกๆทุกที  ร้านขายส่งจะเปิดในแพลตฟอร์มขายปลีกก็น่าจะยาก

ธุรกิจเล็กๆน่าจะต้องปิดตัวไปมาก และกระทบภาพรวมเศรษฐกิจ ส่วนใครที่ทำโซเชียลได้ยอดสูงก็อาจจะประสบความสำเร็จได้มากกว่า มีคนค้นพบมากกว่า กลายเป็นว่าเปิดร้านค้าเดี๋ยวนี้อาจจะต้องทำคอนเท้นต์มากมายเพื่อที่จะให้มีกระแส ทั้งที่แต่ก่อนก็ขายแค่สินค้าก็พอ 

อย่างหน้าที่เขียนนี้อาจจะไม่มีคนเข้ามาอ่านเลยก็ได้เพราะไม่ได้ทำคีย์เวิร์ด

คนที่ถนัดแต่ตัวอักษรก็อาจจะต้องจดเวบดอทคอม

หรือเปลี่ยนสายไปทำคลิปคอนเท้นต์ แต่คนที่ขี้เกียจดูจนจบคลิปก็น่าจะยังมีอยู่ บางทีอ่านเป็นตัวอักษรอาจจะได้คำตอบไวกว่า แต่ค่าโฆษณาที่แพลตฟอร์มจะได้จะมาจากการทำคลิปมากกว่ารึเปล่า หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องไปเขียนยาวๆในเฟซหรือทวิต ที่มีโอกาสเสิร์ชเจอมากกว่า

ทางนี้ไม่ได้ทำในเฟซเยอะมากถ้าอยากเขียนเรื่องประสบการณ์ต่างๆต่อจริงๆน่าจะต้องไปสร้างตัวตนให้คนมองเห็นสร้างคอนเท้นท์ต่างๆ น่าจะลำบากเหมือนกันกว่าจะมีคนมาค้นพบ เพราะเรื่องที่เขียนก็มาจากประสบการณ์ที่เจอจริงๆไม่ได้มีเรื่องมาเขียนทุกวัน แต่แพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆต้องการคนทำคอนเท้นท์สม่ำเสมอถึงจะทำให้มีคนมองเห็นจำนวนมาก และยังมีอัลกอริทึมวุ่นวายในการปิดการมองเห็นคอนเท้นท์ของเรา

ถ้าจะทำในทวิตก็ต้องไปสมัครแบบเสียเงินถ้าจะเขียนยาวๆซึ่งไม่รู้ว่าสมัครแล้วจะมีเรื่องเขียนลงรึเปล่าอีก

นึกแล้วก็สงสัยเหมือนกันว่าเค้าไปอยู่ที่ไหนกันเพราะเมื่อก่อนก็เสิร์ชเจอเวบบล็อกต่างๆเยอะ เขียนเรื่องที่มีประโยชน์มีภาพประกอบมากมาย

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568

มอเตอร์เวย์ M81 ไปกาญจนบุรี

 2025

วันหยุดยาวเดือนสิงหาคมได้ลองไปกาญจนบุรีโดยทางมอเตอร์เวย์ M81 มา

เวลาวางแผนเดินทางเปิดแมพหาเส้นทางจะยังไม่แนะนำทางนี้ เลือกวิธีเดินทางไปด้วยรถยนต์แล้วแมพยังขึ้นถนนเส้นเดิมอยู่   แต่มีถนนเส้นนี้ในแผนที่ ดูตำแหน่งได้

ทางขึ้นอยู่แถวๆเซ็นทรัลเวสเกต

ตอนไปคือไปจากมอเตอร์เวย์เบอร์ 9 ทิศทางจากทางแถวพุทธมณฑลวิ่งไปทางบางใหญ่ ทางเข้า M81 อยู่ก่อนถึงเวสต์เกต

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568

คิดว่าตัวเองจะเรียนมสธรอดไหม

ถึงจะเรียนจบมานานแล้วแต่อยากเขียนไว้เผื่อใครที่กำลังตัดสินใจเลือกแล้วมาอ่านเจอ

 ใครที่คิดว่าจะเรียนแบบไหนดี เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เรียน ราม มสธ หรือที่อื่นดี 

เท่าที่เรียนมสธ.มาแล้ว รู้สึกว่า ถ้าไม่มั่นใจว่าตัวเองมีพื้นฐานในการอ่านทำความเข้าใจตำราเรียนที่ใช้ภาษาทางการ ไม่ควรเรียน 

เพราะเรียนมสธ แบบอ่านหนังสือด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่

หนังสือมีจำนวนมาก บางทีอ่านบางย่อหน้าแล้วรอบนึงต้องย้อนไปอ่านใหม่  ต้องใช้ความพยายามมากในการสรุปใจความสำคัญ 

วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

google meet ไม่มีเสียง

 เวลาใช้ google meet ในที่ทำงานมักจะประสบปัญหาบ่อยๆ เช่น เสียงไม่ออกลำโพง พูดแล้วไม่มีใครได้ยิน เป็นต้น  เวลาเจอหัวหน้างานที่อายุมากหน่อยก็ต้องตั้งค่าให้อยู่บ่อยๆ เลยบันทึกเอาไว้  

google meet นั้น เวลามีลำโพงหรือไมค์หลายตัว บางทีจะเลือกตัวที่เราไม่ได้ใช้ไว้เป็นค่าหลัก (default) 

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี ที่กรมการขนส่งทางบก จตุจักร

august 2019
ส.ค.2562

ถ้านั่งรถใต้ดินมาที่สถานีสวนจตุจักรออกทางออกที่ 4 แล้วเดินตรงมาอีกหน่อย ตอนขึ้นมาถึงจะเจอที่จอดรถตรงจตุจักรพอดี เดินไปทางกรมการขนส่งโดยให้รั้วที่จอดรถอยู่ทางซ้าย ถนนอยู่ทางขวาของเรา เดินผ่านกรมการบินพลเรือน และจะเจอกรมการขนส่งอยู่ทางซ้าย ด้านหน้าจะมีเซเว่นก่อนถึงกรมการขนส่ง ประตูแรกที่เจอไม่ให้รถเข้า เดินตรงไปอีกประตูจะเป็นทางให้รถเข้า เดินเข้าไป
เดินตรงไป ทางซ้ายเป็นตึก 2 ก่อน
ส่วนตึก4 สำหรับต่อใบขับขี่อยู่ทางขวา ต้องเดินตรงต่อไปจากตึก2 หน่อยนึงจนเจอตึกที่มีธ.ไทยพาณิชย์อยู่ด้านซ้าย จะมีที่ต่อภาษีแบบไดร์ฟทรูคล้ายๆด่านทางด่วน ฝั่งขวาจะเป็นตึก 4 (ตรงนี้จะมีทางเดินเป็นหลังคาโค้งๆสีเขียว เดินตามทางเดินไปก็เจอ)
ชั้นล่างฝั่งขวาของตึกจะให้รถเข้าได้ สำหรับตรวจสภาพรถ
เราจะเดินเข้าประตูด้านหน้าตรงกลางก็ได้
เดินขึ้นบันไดไปหนึ่งชั้น ตรงข้ามลิฟท์ เข้าประตูไปจะเจอประชาสัมพันธ์
เข้าไปยื่นใบขับขี่และบัตรประชาชน (ไม่ต้องมีสำเนา)
เขาจะแนบใบขับขี่ บัตรประชาชนกับเอกสาร เอาไปยื่นเค้าน์เตอร์ที่อยู่หลังประชาสัมพันธ์  เขาจะแม็กใบขับขี่เดิมของเรากับเอกสาร
เสร็จแล้วไปยื่นเอกสารชั้นสาม ได้บัตรคิวมามีให้ดูวีดีโอการทดสอบสายตา  ทั้งสี ระยะ และความไวในการเหยียบเบรค รอเรียกคิวเพื่อทดสอบสี่อย่าง เขาให้เอกสารเราคืนมาตอนทดสอบอย่างแรกเสร็จแล้วและยื่นบัตรคิวให้ ช่วงรอในห้องทดสอบจะไม่ให้ใช้มือถือ
ทดสอบแรกจะเป็นไฟแดงไฟเขียว ให้เราบอกว่าที่เขาเปิดเป็นไฟแดง เหลือง เขียว

อย่างที่สองเป็นกะระยะ ให้เรากดปุ่มเลื่อนเสาไปหน้าหลัง ให้มาอยู่ในระยะเดียวกันกับเสาอีกอัน

อย่างที่สามเป็นทดสอบเหยียบเบรคให้ทัน
ให้เราเหยียบคันเร่งค้างไว้แล้วพอไฟแดงขึ้นให้เปลี่ยนเป็นเหยียบเบรค

อย่างที่สี่ ทดสอบสายตาทางกว้างคือ เปิดไฟแดงไฟเขียวให้อยู่ด้านซ้ายขวาของใบหน้าเราโดยไม่ให้เราเหลือบตาไปมองแต่ต้องตอบให้ถูกว่าไฟสีอะไร


เสร็จแล้วเอาใบไปยื่นชั้น4 จะมีให้ลงชื่ออบรม รับบัตรคิวและเข้าไปในห้องอบรม หมายเลขที่เจ้าหน้าที่แจ้ง  ดูวีดีโอ จนครบเวลาจะมีเจ้าหน้าที่มาแจกเอกสารของเราตามบัตรคิว เอาเอกสารไปยื่นที่ประชาสัมพันธ์ชั้นสอง ที่แรกที่เรายื่นบัตรประชาชน
รอคิวถ่ายรูป
ตรงนี้ถ้ามีคนมาทำใบขับขี่รวมทั้งหมดเยอะก็รอคิวนาน ทุกห้องอบรม ออกมารวมกันรอคิวถ่ายรูป
ตอนที่ไปก็รอสองร้อยห้าสิบคิว
ราวๆสองชั่วโมง
เค้าน์เตอร์ถ่ายรูปจะเก็บเงินและทำบัตรใหม่รับได้ตรงนั้นเลย


มีโรงอาหารอยู่แถวๆหลังตึกที่มีที่ต่อภาษีรถแบบไดร์ฟทรูอยู่ด้านหน้า
ถ้าจากอาคารสี่ ข้ามทางม้าลายหน้าตึกมาแล้วจะเห็นมีที่จอดรถเป็นตึกจอดรถ เดินตรงไป เลียบข้างที่จอดรถ โดยให้ที่จอดรถอยู่ทางขวามือของเรา   จนสุดทางก็เจอโีรงอาหาร

ถ้าเข้ามาจากถนนเข้ามาทางอาคารสอง  เจออาคารสองแล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปตามทางเดินหลังคาโค้งก็จะเจอโรงอาหารอยู่ด้านขวา

2024
ลองไปต่อใบขับขี่ที่ตรงใกล้สถานีบีทีเอสบางจาก
เดินเข้ามาจากบีทีเอสบางจาก ออกจากบีทีเอสตรงฝั่งถนนที่เป็นขาออกจากกรุงเทพ(ตรงไปเป็นสถานีปุณณวิถี) ตรงนี้ออกมาแล้วไม่ต้องข้ามถนน เดินตรงมาจะเห็นปั๊มบางจากที่มีร้านอาหารเยอะๆอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
ทางเข้าขนส่งจะอยู่ฝั่งซ้าย
แต่ถ้าใครจะไปทำใบรับรองแพทย์ก่อนก็มีที่ฝั่งใกล้สถานีบีทีเอสแต่ต้องไปออกทางออกอีกฝั่งถนนก่อนจะข้ามกลับมาฝั่งที่จะเดินไปขนส่ง คลีนิคจะมีแปะราคาใบรับรองแพทย์ที่เค้าน์เตอร์เลย 

ถ้าจะเดินเข้าขนส่งต้องเดินเข้าซอยไปสักพัก แต่มีวินบริการหน้าขนส่ง
พอเข้าไปจะผ่านตรงที่เลื่อนล้อต่อภาษีอยู่ทางซ้าย
ตรงไปอีกหน่อยก็ถึง ตึกอยู่ทางซ้าย
ถ้าเดินเลยไปจะเจอที่ตรวจเช็คสภาพรถ

พอเดินเข้าไปถึงตึกที่ทำใบขับขี่จะมีเต๊นท์ด้านหน้าสำหรับwalk in ช่วงแปดโมงเช้า
แต่พอดีไปช่วงบ่ายเข้าไปในตึกเลยจะมีเค้าน์เตอร์รับบัตรคิว มีช่องสำหรับที่จองคิวออนไลน์กับที่ walk in 
ดีที่มีช่องแยกสำหรับชาวต่างชาติกับชาวไทย เลยทำให้คิวไม่ยาว
วันที่ไปเจ้าหน้าที่แจกบัตรคิวมีคนเดียว เจ้าหน้าที่จะรับคิวสลับกันระหว่างชาวต่างชาติกับคนไทย
รอคิวประมาณสิบนาทีหน่อยๆก็ได้บัตรคิว
เค้าจะถามว่าอบรมออนไลน์มารึยังแล้วค่อยให้บัตรคิว
รับบัตรคิวเสร็จก็รอเรียกคิวตามที่ขึ้นหมายเลขบนหน้าจอ
รวมๆแล้วใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง  ทดสอบสายตากะระยะ ทดสอบตาบอดสี ทดสอบความไวในการเบรคจนถึงไปรอถ่ายรูป  ตอนรอคิวถ่ายรูปมีคิวก่อนหน้าประมาณห้าสิบคิว  บ่ายสองสิบนาทีก็ได้เข้าไปถ่ายรูป

นั่งรอแถวตรงที่ถ่ายรูปไม่นานก็ได้รับใบขับขี่ใหม่
ตอนที่ไปรับแต่เงินสด เตรียมเงินให้พอดี


วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ขอวีซ่า สวีเดน ตุลาคม2017 ตึกเทรนดรี้


เมื่อเร็วๆนี้ได้ไปขอวีซ่าเข้าสวีเดนมา
การขอวีซ่าทั้งสวีเดน เดนมาร์ค ฟินแลนด์ จะอยู่ที่เดียวกันคือตรง ชั้น8 ตึกเทรนดี้ สุขุมวิท  13  (ใกล้กับบีทีเอส สถานีนานา และถ้ามาทางรถ จากอโศก กลับรถตรงแถวสุขุมวิท11 แล้วรีบชิดซ้าย  ตรงหน้าซอยยังมีการสร้างตึกอยู่แต่เห็นตึกสูงด้านในเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมามาก  ส่วนด้านในซอยตอนนี้กำลังทำถนน ช่วงเลยตึกเทรนดี้เข้าไปแล้วรถวิ่งลำบาก วิ่งได้เลนเดียว)
ชั้น8นี้จะขึ้นไปได้โดยใช้ลิฟท์แก้ว
ถ้าจอดรถที่ชั้นห้า เดินเข้าไปในตึกจะสามารถไปขึ้นลิฟท์ไปชั้นแปดได้ แต่จากชั้นห้าจะบังคับลิฟท์ใช้ได้แค่ตัวเดียว  หรือถ้ารอลิฟท์นานจะขึ้นบันไดหนีไฟไปชั้น8ก็ได้

การตรวจของสำหรับชั้นแปดก็จะมีตรงทางเข้ามีเครื่องสแกนแบบเป็นเครื่องที่เราเดินผ่านเข้าไปแบบตามสถานีรถใต้ดิน ต้องปิดโทรศัพท์ก่อนเข้าไป ให้เราวางของไว้ตรงด้านข้างจะมีโต๊ะให้วาง พอเดินผ่านเครื่องสแกนไปแล้วก็หยิบของแล้วเดินเข้าไป ตรงเค้าน์เตอร์ต้อนรับ บอกว่ามาขอวีซ่าประเทศไหน หรือมารับเล่ม เขาก็จะกดบัตรคิวให้แล้วเข้าไปนั่งรอ ด้านข้างเค้าน์เตอร์ต้อนรับจะมีที่ปั๊มบัตรจอดรถ  ส่วนถัดไปด้านซ้ายจากเค้าน์เตอร์จะมีพวกบริการถ่ายรูป ถ่ายเอกสาร ซื้อประกัน
ประตูที่ให้เข้าไปรอคิวจะอยู่ที่ด้านขวาถ้าเราหันหน้าเข้าไปทางเค้าน์เตอร์
พอเข้าไปนั่งรอคิว มีเก้าอี้นั่งรออยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยห้องสำหรับยื่นเอกสาร ห้องสแกนลายนิ้วมือ แล้วก็มีเค้าน์เตอร์สำหรับรับเล่ม
มีหน้าจอบอกว่าถึงคิวไหน ต้องไปที่ห้องเบอร์อะไร
แต่เวลาถึงคิวจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษ เป็นระบบอัตโนมัติ ประมาณว่า token number นี้ไปที่เบอร์นี้

พอเรียกคิวแล้วก็ถือเอกสารเข้าไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจ เจ้าหน้าที่จะดูว่าขาดอะไร ให้เราไปถ่ายเอกสารเพิ่มเป็นต้น

หลังจากยื่นเอกสารแล้วก็จะมีเก็บลายนิ้วมือ ถ่ายรูปซึ่งจะอยู่อีกห้อง แต่ถ้าใครเข้าเชงเก้นมาก่อน มีข้อมูลอยู่แล้วก็ไม่ต้อง
เอกสารเรา เตรียมตามที่เขาบอกหน้าเวบของวีเอฟเอส สำหรับขอวีซ่าสวีเดน
อย่างสำเนาพาสปอร์ตต้องมีสองแผ่น เพราะแผ่นนึงเค้าจะสแตมป์แล้วคืนเรามาเป็นใบสำหรับยื่นตอนรับเล่ม
ส่วนถ้าเคยเข้าเชงเก้นแล้วต้องถ่ายสำเนาหน้าวีซ่าเชงเก้นเดิมมาด้วย
ส่วนหลักฐานด้านการเงิน คราวนี้มีทั้งเอกสารที่ขอจากธนาคารมาด้วย
ครั้งก่อนที่เคยมายื่นของเดนมาร์คเค้าจะเอาสำเนาบุ๊คที่ลงวันที่ไม่เกินหนึ่งเดือนด้วยเลยเตรียมมาเผื่อ
คราวนี้ก็ผ่านไปด้วยดีไม่ได้ต้องเอาอะไรมาเพิ่ม

หลังจากขอไปไม่กี่วันทำการ(ขอประมาณไม่เกินหนึ่งสัปดาห์)ก็ได้เอสเอ็มเอสว่ามีเอกสารส่งไปที่วีเอฟเอสแล้ว ก็ไปรับที่เดิม (ตอนขอวีซ่ารวมค่าเอสเอ็มเอสไปด้วยหกสิบบาท บวกเพิ่มไปจากค่าบริการวีเอฟเอส สังเกตได้ว่าเขายืนยันเบอร์โทรติดต่อเราเบอร์นี้ ตามที่เราเขียนไปใช่ไหม แล้วเขาก็คิดค่าเอสเอ็มเอสรวมมาในค่าวีซ่า จ่ายตรงเค้าน์เตอร์นั้นเลย)
ตอนไปขอไม่มีคิว เข้าไปไม่นานก็ได้ไปยื่นเอกสาร แต่ตอนไปรับ เค้าน์เตอร์เดียวกับประเทศอื่นเลยรอนาน ส่วนใหญ่มีแต่ตัวแทนไปรับเล่มกันเป็นปึกๆ